ขั้นตอนการดูแล

เพื่อการดูแลที่ตรงจุด เราเปลี่ยนขั้นตอนที่ยุ่งยาก ให้เป็นการดูแลที่เรียบง่าย: ปรึกษา วางแผน และลงมือฝึก โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลคุณและครอบครัวอย่างเหมาะสมที่สุด

เพื่อการดูแลที่ตรงจุด เราเปลี่ยนขั้นตอนที่ยุ่งยาก ให้เป็นการดูแลที่เรียบง่าย: ปรึกษา วางแผน และลงมือฝึก โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลคุณและครอบครัวอย่างเหมาะสมที่สุด

Onboarding

ขั้นตอนการรับบริการ

ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจะร่วมกันวางแบบแผนการดูแล โดยคำนึงถึงพัฒนาการเด็กรอบด้าน เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล

ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจะร่วมกันวางแบบแผนการดูแล โดยคำนึงถึงพัฒนาการเด็กรอบด้าน เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล

01

วางแผนการดูแลร่วมกันกับครอบครัว

ผู้ปกครองพูดคุยกับทีมผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เราทำความเข้าใจประวัติ ความต้องการเฉพาะของลูกคุณ และเป้าหมายของครอบครัว เราจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อแนะนำบริการที่เหมาะสมกับลูกคุณ

03

โปรแกรมการบำบัด

ผู้เชี่ยวชาญจะจัดทำแผนการบำบัดเฉพาะบุคคล โดยมองภาพรวมของพัฒนาการเด็กรอบด้าน พร้อมประสานงานกับแอดมินซันนี่สตาร์ทเพื่อจัดตารางเวลาที่เหมาะสม

05

กรอกแบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้น

เพื่อให้เรามีข้อมูลพื้นฐานของลูกคุณ รวมถึงถามความยินยอมในการถ่ายภาพหรือเปิดเผยข้อมูลเมื่อจำเป็น เราขอให้ผู้ปกครองทุกท่านกรอกแบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้นนี้

02

คำปรึกษาเบื้องต้น

ช่วงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญทำกิจกรรมร่วมกับเด็กแบบตัวต่อตัว ซึ่งระยะเวลาและรูปแบบกิจกรรมจะปรับให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทของการบำบัด รวมไปถึงการพูดคุยกับผู้ปกครอง

04

ชำระค่าบริการและนัดหมาย

แอดมินส่งใบเสนอราคาให้กับผู้ปกครอง และดำเนินการนัดหมาย โดยประสานงานกับคุณครูที่โรงเรียน

01 กรอกแบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้น

เพื่อให้เรามีข้อมูลพื้นฐานของลูกคุณ รวมถึงถามความยินยอมในการถ่ายภาพหรือเปิดเผยข้อมูลเมื่อจำเป็น เราขอให้ผู้ปกครองทุกท่านกรอกแบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้นนี้

02 วางแผนการดูแลร่วมกันกับครอบครัว

ผู้ปกครองพูดคุยกับทีมผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เราทำความเข้าใจประวัติ ความต้องการเฉพาะของลูกคุณ และเป้าหมายของครอบครัว

03 คำปรึกษาเบื้องต้น

ช่วงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญทำกิจกรรมร่วมกับเด็กแบบตัวต่อตัว ซึ่งระยะเวลาและรูปแบบกิจกรรมจะปรับให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทของการบำบัด รวมไปถึงการพูดคุยกับผู้ปกครอง

04 โปรแกรมการบำบัด

ผู้เชี่ยวชาญจะจัดทำแผนการบำบัดเฉพาะบุคคล โดยมองภาพรวมของพัฒนาการเด็กรอบด้าน พร้อมประสานงานกับแอดมินซันนี่สตาร์ทเพื่อจัดตารางเวลาที่เหมาะสม

05 ชำระค่าบริการและนัดหมาย

แอดมินส่งใบเสนอราคาให้กับผู้ปกครอง และดำเนินการนัดหมาย โดยประสานงานกับคุณครูที่โรงเรียน

FAQ:คำถามที่พบบ่อย

Our Services & General Queries

การฝึกพูด

กิจกรรมบำบัดและการเล่นบำบัด

การฝึกกล้ามเนื้อตา

กายภาพบำบัด

คำถามทั่วไป

การฝึกพูด

กายภาพบำบัด

กิจกรรมบำบัดและการเล่นบำบัด

การฝึกกล้ามเนื้อตา

คำถามที่พบบ่อย

คำถามทั่วไป

ไขข้อสงสัยเบื้องต้นเกี่ยวกับบริการของ ซันนี่สตาร์ท หากมีคำถามอื่นๆ ที่ไม่พบในหน้านี้ สามารถติดต่อเราได้เลย

ติดต่อสอบถาม

ที่ ซันนี่สตาร์ท เราสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ผ่านการบำบัดอย่างเป็นธรรมชาติโดยเข้าไปถึงในโรงเรียน เราทำให้เด็กสามารถนำทักษะไปใช้ได้ในชีวิตจริง นอกจากนี้เรายังมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างครู บุคลากรในโรงเรียน และครอบครัว เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเสริมทักษะให้กับเด็กในทุก ๆ วัน และทุก ๆ สถานที่

พวกเราเน้นฝึกเด็กที่โรงเรียนและทำงานอย่างใกล้ชิดกับคุณครู บุคลากรที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน และสมาชิกในครอบครัวของเด็ก เพื่อให้การฝึกสามารถเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติของเด็ก ซึ่งจะช่วยให้ทักษะที่เรียนรู้ในห้องฝึกนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง วิธีการฝึกของเราช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันกับครูได้ตลอดเวลาซึ่งทำให้การฝึกมีความเหมาะสมและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก นอกจากนี้ พวกเรายังได้รับการฝึกอบรมให้ทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้แน่ใจว่าพัฒนาการของเด็กในทุก ๆ ด้านเหมาะสม

ประโยชน์ของการฝึกและการบำบัดที่โรงเรียน มีดังนี้

  • การนำทักษะที่เรียนรู้จากการบำบัด ไปใช้ในชีวิตประจำวันในโรงเรียน
  • ความสะดวกสบายสำหรับครอบครัว เนื่องจากเราช่วยลดภาระการเดินทางเพิ่มเติมสำหรับการไปฝึกที่สถานที่อื่น ๆ
  • การร่วมมือโดยตรงกับครูและบุคลากรอื่น ๆ ในโรงเรียนเพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้ดียิ่งขึ้น
  • การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเพื่อสนับสนุนการสื่อสารทางสังคม โอกาสในการฝึกฝนเพิ่มเติมเพื่อประยุกต์ใช้ทักษะที่ได้เรียนรู้

ก่อนที่เราจะเริ่มทำงานกับเด็กที่โรงเรียน เราจะส่งหนังสือขอความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนเสมอ นักบำบัดจะทำงานร่วมกับครูอย่างใกล้ชิดโดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการกระตุ้นพัฒนาการเบื้องต้นในห้องเรียนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการบำบัดเข้ากับกิจวรรตประจำวันของเด็ก

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคลากร เราอาจทำงานโดยตรงกับผู้ช่วยครู (TA , LSA, ALT) เพื่อแนะนำแนวทางในการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กตลอดทั้งวันในห้องเรียน เช่น การให้ครูเป็นแบบอย่างให้เด็ก (modeling techniques) วิธีการฝึกเบื้องต้น และการให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้การฝึกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอและการแชร์วิธีการฝึกที่จะช่วยให้เด็กได้รับการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและการพูดอย่างต่อเนื่องในทุกสภาพแวดล้อม

หากคุณครูหรือผู้ปกครองมีความกังวลเกี่ยวกับภาษา การพูด หรือพัฒนาการทั่วไปของเด็ก เราแนะนำให้นัดหมายปรึกษา การตรวจพบปัญหาและการฝึกตั้งแต่เนิ่น ๆ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ในขณะที่เด็กบางคนสามารถพัฒนาภาษาและการพูดให้ดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ยังมีเด็กบางคนที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือพัฒนาการที่ผิดปกติ อาจยังมีทักษะที่ต้องฝึกอยู่ได้หากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสม หากลูกของคุณมีปัญหาในภาษา การพูด หรือการสื่อสารในสังคมเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ การปรึกษาเบื้องต้นหรือการประเมินจะสามารถช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้น และระบุได้ว่าการฝึกนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กหรือไม่

ความถี่ที่แนะนำสำหรับการฝึกขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของเด็กแต่ละคน โดยทั่วไปแล้ว เด็กส่วนใหญ่จะได้รับประโยชน์จากการเข้ารับการฝึกสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การฝึกฝนเพิ่มเติมที่บ้านและในโรงเรียนยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ความก้าวหน้าในการพัฒนาของเด็กขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะเด็กของแต่ละคน ความถี่ของการฝึก และความสม่ำเสมอในการฝึกฝนที่บ้านและในโรงเรียน เด็กบางคนอาจแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ในขณะที่เด็กบางคนอาจต้องการการสนับสนุนเป็นเวลาหลายเดือนหรือปีเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

เราจะบันทึกข้อมูลและผลการฝึกเป็นประจำผ่านแบบบันทึกผลการฝึก (session notes) และมีการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับผู้ปกครองผ่าน LINE Official สำหรับเด็กที่ได้รับการฝึกที่โรงเรียน เราจะมีการนัดประชุมกับผู้ปกครองทั้งช่วงเปิดเทอมและปิดเทอมสำหรับเด็กที่ได้รับการฝึกในโรงเรียน นอกจากนี้อาจมีการนัดผู้ปกครองและ/หรือบุคลากรในโรงเรียนนัดประชุมเพิ่มเติมตามความจำเป็นของเด็กแต่ละคน

การฝึกส่วนใหญ่จะฝึกที่โรงเรียนของเด็ก ในพื้นที่ใช้ฝึกปกติจะเป็นห้องที่ไม่มีสิ่งรบกวน ในบางกรณีอาจสามารถนัดหมายเพื่อรับบริการที่ center ของเราหรือทางออนไลน์ได้

คำถามที่พบบ่อย

การฝึกพูด หรือการบำบัดการพูด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกพูดหรือการบำบัดการพูด (Speech and Language Therapy) หากยังไม่พบคำตอบที่ต้องการ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา!

ติดต่อสอบถาม

การฝึกพูดหรือการบำบัดการพูดคือการช่วยพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร เช่น ความเข้าใจภาษา การใช้ภาษาแสดงความคิด ความรู้สึก การออกเสียงที่ชัดและเหมาะสม รวมถึงแก้ไขภาวะพูดติดอ่าง ภาวะกลืนกินลำบาก และพัฒนาทักษะสังคม

การฝึกแต่ละครั้งจะถูกปรับให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของเด็กแต่ละคน โดยในหนึ่งคาบการฝึกจะมีวิธีการฝึกดังนี้:

  • กิจกรรมที่เน้นการเล่นเพื่อกระตุ้นการสื่อสาร
  • การฝึกแก้ไขเสียงพูดไม่ชัด การพูดไม่คล่อง หรือคุณภาพของเสียงพูด
  • วิธีการกระตุ้นพัฒนาการทางความเข้าใจภาษาและการใช้ภาษา
  • การฝึกฝนการสื่อสารทางสังคมกับเพื่อนร่วมชั้น (ถ้าเป็นไปได้)
  • การให้คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองและครูเพื่อช่วยให้เด็กสามารถนำทักษะที
  • เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ถ้าน้องมีเป้าหมายคือ เสียงในภาษา, อายุไม่เกิน Year 1 ปกติจะเริ่มฝึกภาษาไทยก่อน เพราะเด็กจะมีโอกาสใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันมากกว่า วิธีการที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับการความต้องการเฉพาะของเด็ก โดยทั่วไปแล้วสำหรับเสียงพูด เราจะแนะนำให้เริ่มฝึกในภาษาที่ใช้ในบ้านเป็นหลักของเด็กก่อนเช่น ภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเด็กเพิ่งเริ่มย้ายเข้าโรงเรียนมาได้ 2-3 ปี เนื่องจากเด็กมีแนวโน้มที่จะใช้ภาษานั้นๆในชีวิตประจำวันมากขึ้น การฝึกภาษาหลักก่อนเช่นนี้จะช่วยให้ทักษะที่เรียนรู้ในห้องฝึกสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ หลังจากฝึกภาษาหลัก 3-6 เดือน แล้วเด็กสามารถเริ่มฝึกพูดในภาษาที่สองได้หากยังจำเป็นต้องฝึกพูดอยู่

ความก้าวหน้าและผลลัพธ์ของการรักษานั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของอาการ ปัญหาด้านการพูดและภาษาบางประเภทสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการฝึกพูดร่วมกับการรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ขณะที่บางปัญหานั้นอาจคงอยู่ แต่สามารถจัดการได้ดีขึ้น และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตน้อยลง เป้าหมายของเราคือการเสริมสร้างศักยภาพให้เด็ก ๆ สามารถสื่อสารได้ด้วยตนเองอย่างเต็มที่ตามความสามารถ

คำถามที่พบบ่อย

กิจกรรมบำบัดและการเล่นบำบัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) และการเล่นบำบัด (Play Therapy) หากยังไม่พบคำตอบที่ต้องการ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา!

ติดต่อสอบถาม

การเล่นบำบัด (Play Therapy) คือการบำบัดผ่านการเล่นเพื่อช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์ เสริมสร้างทักษะการรับมือกับปัญหาและทักษะทางสังคมผ่านการเล่น กระบวนการบำบัดนี้ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยให้เด็กได้ทบทวนประสบการณ์ต่าง ๆ ของตนเอง และเสริมสร้างทักษะการจัดการอารมณ์

นักบำบัดจะนำเด็กทำกิจกรรมที่เน้นการเล่น เช่น การเล่านิทาน ศิลปะ การเล่นบทบาทสมมติ หรือการเล่นกับสิ่งกระตุ้นประสาทสัมผัส เช่น ทรายและน้ำ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม การบำบัดใช้การตามความสนใจเด็กและถูกปรับให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการบำบัดของเด็กแต่ละคน

การฝึกพูดมุ่งเน้นไปที่ทักษะการสื่อสาร ในขณะที่การเล่นบำบัดเน้นไปที่อารมณ์และพัฒนาการทางสังคม ทั้งสองวิธีสามารถเสริมสร้างกันและกันเพื่อกระตุ้นพัฒนาการองค์รวมสำหรับเด็ก ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีทักษะการสื่อสารที่ดีขึ้นและมีความสามารถในการจัดการกับอารมณ์และสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมบำบัดช่วยให้เด็กบรรลุพัฒนาการตามช่วงวัยและพัฒนาทักษะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการพัฒนาทักษะชีวิตจะช่วยให้เด็กช่วยเหลือตนเองได้ เช่น การแต่งตัวและรับประทานอาหารเอง ทักษะของกล้ามเนื้อมัดเล็กที่จำเป็นสำหรับการจับของเล่น การเขียน หรือการใช้คอมพิวเตอร์ และทักษะทางสังคมโดยการฝึกจัดการกับอารมณ์หงุดหงิดและโกรธ

นักบำบัดจะใช้กิจกรรมและเทคนิคที่หลากหลาย เช่น การบูรณาการประสาทสัมผัส (sensory integration) การฝึกทักษะทางสังคม และออกแบบและวิเคราะห์กิจกรรมรายบุคคล เพื่อช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน การสื่อสาร และการมีปฏิสัมพันธ์ในสังคม พร้อมทั้งสร้างสมดุลในการประมวลผลทางประสาทสัมผัส

การบำบัดการพูดและกระตุ้นภาษา (หรือที่เรียกว่าการฝึกพูด การแก้ไขการพูด) มุ่งเน้นไปที่ทักษะการสื่อสาร ในขณะที่การเล่นบำบัดจะช่วยในเรื่องสุขภาวะ อารมณ์ และพัฒนาการทางสังคม ส่วนกิจกรรมบำบัดช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะชีวิตและการช่วยเหลือตนเอง โดยมุ่งเน้นในหลากหลายด้าน เช่น ทักษะการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ การประมวลผลประสาทสัมผัส

การบำบัดทั้งสามประเภทสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม

คำถามที่พบบ่อย

กายภาพบำบัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกายภาพบำบัด (Physiotherapy) หากยังไม่พบคำตอบที่ต้องการ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา!

ติดต่อสอบถาม

การทำกายภาพบำบัดในโรงเรียนมุ่งเน้นการพัฒนาการเคลื่อนไหวร่างกาย ท่าทาง (posture) การทรงตัว และการทำงานของกล้ามเนื้อโดยรวม เพื่อช่วยให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมในโรงเรียนได้อย่างราบรื่นด้วยตนเองได้มากที่สุด นักกายภาพบำบัดจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับครู ผู้ปกครอง และนักบำบัดท่านอื่น ๆ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ครอบคลุมและเอื้อต่อเด็กทุกคน

แม้ว่าทั้งกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดจะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะในชีวิตประจำวันได้ แต่ทั้งสองจะมุ่งเน้นในด้านที่แตกต่างกัน กายภาพบำบัดจะเน้นการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ การเคลื่อนไห ความแข็งแรง การทรงตัว ท่าทาง และการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้นักเรียนเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ในขณะที่กิจกรรมบำบัดจะเน้นในด้านการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก การประมวลผลประสาทสัมผัส และทักษะการใช้ชีวิตมากกว่า

กายภาพบำบัดสามารถช่วยเด็กที่มีภาวะต่างๆ เช่น ภาวะสมองพิการ cerebral palsy) ภาวะออทิสซึม (ASD) ที่มีปัญหาด้านการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ หรือในโรคกล้ามเนื้อฝ่อ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม พัฒนาการล่าช้า การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ภาวะเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อ และภาวะอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและท่าทาง

การทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอและตรงจุดจะช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหวและการทำงานประสานงานกันของกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อเพื่อสมดุลสรีระร่างกายและความทนทานที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและความยืดหยุ่น รวมถึงป้องกันหรือจัดการกับความเจ็บ ไม่สบายตัว นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะที่ใช้ในการเล่นกีฬาและทำกิจกรรมนันทนาการได้อีกด้วย ซันนี่สตาร์ทจะเป็นกระบอกเสียงของเด็ก ในการช่วยปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเข้าถึงของเด็กทุกคน

คำถามที่พบบ่อย

การฝึกกล้ามเนื้อตา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกกล้ามเนื้อตา การบำบัดสายตา (Vision Therapy) หากยังไม่พบคำตอบที่ต้องการ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา!

ติดต่อสอบถาม

กิจกรรมส่วนใหญ่ของเด็กต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของสมองและดวงตา โดยเฉพาะการอ่าน การจดจ่อ และการรับบอลขณะเล่น การบำบัดการมองเห็นจะช่วยพัฒนาการเชื่อมต่อและส่งสัญญาณระหว่างดวงตาและสมอง โดยกระตุ้นผ่านเทคนิคบริหารเฉพาะ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการบำบัดนี้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาความผิดปกติของการทำงานร่วมกันของตา 2 ข้างในวัยเด็ก (childhood binocular vision dysfunction)

ความผิดปกติของการทำงานร่วมกันของตา 2 ข้างเป็นภาวะที่พบได้บ่อยแต่ถูกมองข้าม โดยในภาวะนี้ดวงตามีปัญหาในการทำงานร่วมกันเมื่อมองวัตถุในระยะใกล้ ทำให้เกิดปัญหาในการอ่านและการจดจ่อ และอื่น ๆ ภาวะนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือโรคซนสมาธิสั้น (ADD/ADHD)

ปัญหาเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันของตา การโฟกัส และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อตา พบได้เกือบ 75% ในเด็กที่มีปัญหาในการอ่าน รวมถึงผู้ที่มีระดับการมองเห็น 20/20 ด้วย ลูกของคุณอาจจำเป็นต้องได้รับการบำบัดด้วยการมองเห็น หากมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เช่น ดูซุ่มซ่ามหรือมีความวิตกกังวล มีปัญหาในการอ่าน การจดจ่อ หรือการทำการบ้านไม่เสร็จ กะพริบตาบ่อย ไวต่อแสง ชอบปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมอง หรือมีอาการคลื่นไส้และปวดศีรษะ

แบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้น

พร้อมเริ่มต้นก้าวแรกไปกับเราหรือยัง?

หากท่านพร้อมรับบริการจาก ซันนี่สตาร์ท กรุณากรอกแบบฟอร์มประวัติเบื้องต้นและทักเราทาง LINE: @sunnystart

แบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้น

ติดต่อเรา

เราอยู่ตรงนี้… เพื่อคุณและลูกของคุณ

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่าง เพื่อให้เราสามารถดูแลครอบครัวของคุณได้อย่างเหมาะสมที่สุด

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่าง เพื่อให้เราสามารถดูแลครอบครัวของคุณได้อย่างเหมาะสมที่สุด

    เริ่มต้นอย่างสดใสไปกับ ซันนี่สตาร์ท

    บริการบำบัด

    การฝึกพูดกิจกรรมบำบัดการบำบัดผ่านการเล่นและการปรึกษาเชิงจิตวิทยาการส่งเสริมทักษะทางสังคมการฝึกกล้ามเนื้อตากายภาพบำบัด

    บริการการศึกษา

    โปรแกรมดิสเล็กเซียและพัฒนาทักษะการใช้ภาษาเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัว

    บริการออนไลน์

    บริการโค้ชชิ่งผู้ปกครองเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวการฝึกพูด

    บริการออนไลน์

    บริการโค้ชชิ่งผู้ปกครองเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวการฝึกพูด
    © 2025 Sunny Start. All rights reserved